โรเมลู ลูกากู : กับเส้นทางชีวิตสู่ความสำเร็จในวัย28ปี

หลังการยืนยันว่ากองหน้าค่าตัว 97.5 ล้านปอนด์ อย่างโรเมลู ลูกากู จะกลับมาค้าแข้งเป็นครั้งที่สองที่เดอะ บริดจ์
เราจะไปดูรายละเอียดประวัติส่วนตัวและเส้นทางของเขาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นมีอะไรกันบ้าง?

โรเมลู ลูกากู  ชื่อภาษาอังกฤษ Romelu Lukaku ประวัติของเขาคือ เป็นนักฟุตบอลชาวเบลเยี่ยม  เชื้อสายคองโก เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1993  ส่วนสูง 190 เซนติเมตร หรือ 6.2 ฟุต ตำแหน่งที่เล่นคือกองหน้าตัวเป้าปัจจุบันเป็นผู้เล่นของเชลซี

ซึ่งครั้งแรกเขาก้าวเข้าเล่นฟุตบอลครั้งแรกกับทีมอันเดอร์เลชท์ด้วยวัยเพียง 13 ปี จากลีร์เซ่ สโมสรท้องถิ่นบ้านเกิด ซึ่งอัตราการยิงประตูของเขาถือว่าน่าสนใจอย่างมาก ในบทสัมภาษณ์เมื่อปี 2011 เจ้าตัวเผยว่ายิงไปทั้งสิ้น261 ลูกในการค้าแข้ง 5 ฤดูกาลสมัยเป็นวัยรุ่น โดยลงเล่นเป็นกองหน้ามาตลอดอาชีพการค้าแข้ง

แทงบอลโคตรสนุกสุดฟินกับ S2K168bet

โรเมลู ลูกากู เคยลงลาตาข่ายให้กับสโมสรใดบ้าง?

สำหรับ  ลูกากู เส้นทางลูกหนัง ได้เริ่มขึ้นหลังประเดิมสนามในเกมชุดใหญ่ขณะที่ตนมีอายุครบ 16 ปี ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูกาล 2008/09  เขากลายเป็นตัวหลักในบรัสเซลส์ตลอด 2 ซีซั่นหลังจากนั้น โดยยิงมากสุดที่ 15 ประตู
ในลีก ช่วยให้อันเดอร์เลชท์คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ นับเป็นการเริ่มต้นการค้าแข้งที่ถือว่าสวยหรูของเจ้าตัวตั้งแต่นั้นมา

กองหน้ารายนี้ได้ลงเล่นเวทียุโรปเป็นครั้งแรก และยิงไป 4 ประตูในรายการศึกยูโรป้า ลีก ฤดูกาล 2009-10 ซึ่งทีมของเขาผ่านไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย อย่างไรก็ตาม การลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก ถูกจำกัดไว้ที่รอบคัดเลือก เนื่องจากอันเดอร์เลชท์ พลาดการผ่านไปเล่นรอบแบ่งกลุ่ม 2 ครั้ง

พอเข้าฤดูกาล 2010-11 เขายิงได้อีก 20 ประตู จากนั้น ลูกากู ก็ย้ายจากบรัสเซลส์มาที่เดอะ บริดจ์ 3 เดือนหลังมีอายุครบ 18 ปี ซึ่งในซีซั่นแรกที่อังกฤษ เขาลงเล่นเป็นตัวสำรองซะส่วนใหญ่ โดยได้ออกสตาร์ตเพียงนัดเดียวในพรีเมียร์ลีก ของอังกฤษเท่านั้น

หลังจากนั้นก็ถูกยืมตัวไปเล่นให้กับเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ในซีซั่น 2012/13  ลูกากู เริ่มถูกสังเกตเห็นว่าเป็นจอมจบสกอร์ เขาลงสนามให้เดอะแบ๊กกี้ไปทั้งหมดรวม 35 นัด เขาซัดไปถึง 17 ลูกในพรีเมียร์ ลีก พร้อมถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA เช่นเดียวกับถูกโหวตให้คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเดอะ แบ็กกี้ส์

จนกระทั่งเอฟเวอร์ตันได้ซื้อตัวมาอย่างถาวรในปลายเดือนกรกฎาคมปี2014 ด้วยราคาที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร คือ 28 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,540 ล้านบาท)  ด้วยสัญญา 5 ปี ในฤดูกาล 2015–16 ลูกากูเล่นได้อย่างโดดเด่น ได้ชื่อว่าเป็นผู้เล่นกองหน้าที่ตัวใหญ่ มีแรงปะทะเยอะ แต่คล่องแคล่ว
ว่องไวและมีการจบสกอร์ที่เฉียบคม

เล่าย้อนไปในนัดที่ 4 ของฤดูกาล 2016–17เอฟเวอร์ตันเป็นฝ่ายบุกไปเยือนซันเดอร์แลนด์ ที่สนามสเตเดียมออฟไลต์ ลูกากูเป็นผู้ยิงแฮตทริกได้ในในนาทีที่ 60, 68 และ 71 นับเป็นผลการแข่งขันของนัดนี้ จบเกมเอาชนะไป 3-0  ทำให้เป็นผู้ยิงแฮตทริกคนแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้และจากผลการแข่งขันทำให้เอฟเวอร์ตันขึ้นสู่ที่ 3 ของอันดับตารางคะแนนโดย ลูกากูได้อยู่ค้าแข้งที่เมอร์ซี่ย์ไซด์ภายใต้การทำงานร่วมกับ มาร์ติเนซ ซึ่งต่อมากุนซือ รายนี้เข้าคุมทีมชาติเบลเยี่ยม โดย โรเมลู ลูกากูเล่นที่กูดิสัน พาร์คต่ออีก 3 ฤดูกาล ยิงรวมไป 87 ประตูจาก 152 นัดหลังจากที่ทำผลงานอันยอดเยี่ยมตลอด 3 ฤดูกาลให้กับเอฟเวอร์ตัน และมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของPFAในฤดูกาล 2016–17

ลูกากูได้เซ็นสัญญากับทีมยักษ์ใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดใน ปี2017 ค่าตัวโดยประมาณ 75 ล้านปอนด์ ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นชาวเบลเยียมที่มีค่าตัวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งเจ้าตัวได้กลับไปทำงานร่วมกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งเคยเป็นเจ้านายของเขาช่วงสั้น ๆ กับเชลซี รูปแบบการจบสกอร์ในนัดประเดิมสนามยังคงเกิดขึ้น โดยเป็นการยิงในซูเปอร์ คัพ เขายิงอีก 2 ประตูในการเล่นเกมลีกนัดแรกให้ปีศาจแดง และยิงอีกลูกในการลงเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกนัดแรก

เมื่อเวลาผ่านไปถึงช่วงกลางเดือนตุลาคมในฤดูกาลดังกล่าว เขายิงประตูได้มากถึง 16 ลูกให้กับสโมสรและทีมชาติและในเดือนมีนาคม 2018 เขาทำประตูและแอสซิสต์ในเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ดเอาชนะเชลซี 2-1

แต่ถึงอย่างไรนั้นในการเจอกับสิงห์บลูส์อีกครั้งช่วงท้ายฤดูกาล ในศึกเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ปี2018 ลูกากู เป็นสำรองก่อนจะเปลี่ยนตัวลงสนาม ซึ่งนัดนั้นทัพสิงห์บลูส์เอาชนะจากจุดโทษไปได้ของ เอเด็น อาซาร์

อย่างไรก็แล้วแต่ เขาจบซีซั่นด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของยูไนเต็ดในทุกรายการ ยิงไป 28 ประตู ช่วยให้ปีศาจแดง จบตำแหน่งรองแชมป์ในลีกตามหลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งรวมแล้วเจ้าตัวลงเล่นให้ปีศาจแดงไปทั้งหมด 96 นัด ยิงได้ 42 ประตู

ก่อนจะย้ายซบ อินเตอร์ มิลาน ในปี2019 ด้วยค่าตัวราว 80 ล้านยูโร พร้อมด้วยสัญญายาว 5 ปีและ
รับค่าเหนื่อย 8.5 ล้านยูโร (ราว  297.5 ล้านบาท) เป็นนักเตะแพงสุดอันดับ 3 ของลีกกัลโช่ รองจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และกอนซาโล่ อิกวาอินในระหว่างที่ค้าแข้งกับอินเตอร์

ลูกากู มีชื่อเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำรายการยูโรป้า ลีก 2019/20 ก่อนจะมีบทบาทสำคัญในการพาทีม ‘งูใหญ่’  ผงาดคว้าแชมป์เซเรีย อา ในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งคงสถิติยิง 24 ประตูกับอีก 11 แอสซิสต์ คว้ารางวัล MVP ประจำการแข่งขันได้ด้วย นับเป็นผลงานและการประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในช่วงอายุ 28 ปีของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้ และจากผลงานอันโดดเด่นนี้ทำให้เจ้าตัวถูกจับตามองจากสโมสรเก่าอย่าง เชลซี ซึ่งเป็นสโมสรเดิมที่เคยค้าด้วยระยะสั้นๆ จนในที่สุดก็ได้ตกลงย้ายกลับมาเล่นในถิ่นเดอะ บิดจ์ อีกครั้ง

ลูกากู กับทักษะการเล่นนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้เขาเรียกฟอร์มเก่งกลับมา คือบทบาทใหม่ในระบบ 3-5-2 ของ อันโตนิโอ คอนเต้ ลูกพี่ใหญ่
ระหว่างค้าแข้งอยู่กับอินเตอร์มิลาน ซึ่งลูกากู ต้องยืนคู่แดนหน้ากับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ทำให้เขาได้บอลถึงเท้า ก่อนจะพลิกแล้วลากจี้เข้าใส่คู่ต่อสู้ นอกจากนี้เขายังคอยวิ่งหาช่อง  ด้วยทักษะการเลี้ยงบอลอันทรงพลัง เป็นการลากกองหลังให้หลุดออกจากตำแหน่ง โดยสร้างพื้นที่ให้กับเพื่อนร่วมทัพเติมขึ้นมาจบสกอร์ได้บ่อยครั้ง  และนี่ก็คือทักษะในตัวเขาและบทบาทที่เจ้าตัวเคยเล่นอยู่กับอินเตอร์มิลาน

ซึ่งอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้  ลูกากู มีช่วงเวลาที่ดีในประเทศอิตาลี นั้นก็คือการเข้ามาแทรกแซงตั้งแต่ต้นโดยทีมแพทย์ชั้นนำของทางสโมสรอินเตอร์มิลาน ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยอาการว่าเขามีปัญหาบางอย่างในระบบการย่อยอาหาร ทำให้มีปัญหาต่อการใช้แรงระหว่างลงเล่นในระยะยาว จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับอาหารที่บริโภค ทำให้เขาลดน้ำหนักได้ถึง 3 กิโลกรัมในช่วงเวลาสั้นๆเพียงแค่ 12 วัน ต่อมาทำให้ ลูกากู ที่ร่างยักษ์ใหญ่มีร่างกายผอมเพรียวกว่าเดิมมากขึ้น แต่ยังคงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อไว้ได้อย่างสมดุล

โรเมลู ลูกากู เคยคว้าแชมป์อะไรไปแล้วบ้าง?

ในซีซั่นก่อนหน้านั้น พวกเขาเป็นรองแชมป์เซเรีย อา อิตาลี ด้วยเช่นกัน โดยอินเตอร์ มีคะแนนน้อยกว่าทีมแชมป์เพียงหนึ่งแต้มเท่านั้น แต่ในปีถัดมาพวกเขาแก้ตัวได้สำเร็จ ซึ่ง ลูกากู คือดาวยิงที่แท้ทรู เขายิงไป 30 ประตูในทุกรายการทุกลงเล่น

ตัวเลขดังกล่าวมาจากการยิงใส่ฟิออเรนติน่า, นาโปลี และสเปเซียก่อนถึงช่วงคริสต์มาส ขณะที่การแข่งขันมิลาน ดาร์บี้อันดุเดือด ก็เป็น ลูกากู อีกเช่นเคยที่มีอิทธิพลสำคัญ โดยเขาใส่สกอร์ได้ทั้ง 3 นัดที่ลงแข่งขันกับทีมคู่อริตลอดกาลของสโมสร ส่งผลให้เขามีบทบาทสำคัญ ช่วยนำถ้วยสคูเด็ตโต้ กลับมาสู่อ้อมแขนทีมอินเตอร์เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี และในตอนนี้ตัวเขาเองกำลังมองหาความสำเร็จเพิ่มเติมภายใต้สีเสื้อน้ำเงินครามกับสิงห์บลูส์ เชลซี ต่อไป

” วิเคราะห์ฟุตบอล อังกฤษ โปรแกรมบอลวันนี้ ทรรศนะบอล ผลบอลสดได้ที่นี่ ” S2k168bet

สนใจทรรศนะ เข้ากลุ่มทีเด็ดฟรีๆ รับเทคนิคแทงบอลง่ายๆ แอดไลน์ :@zeanbet

  • หากคิดจะแทงบอล คิดถึงเรา คลิ๊ก S2K168bet เสต็ปแตก บิลแตก เคลียไว หลักแสน หลักล้านจ่ายจริงการันตรี 100%
  • ระบบมาตราฐานระดับสากล
  • ฝาก-ถอน ไม่เกิน 1 นาที
  • ค่าน้ำดีที่สุด คิดเงินไว
  • เดินพันง่าย เริ่มต้นเสต็ป 2 ก็เล่นได้
  • โปรโมชั่นพร้อมเสริฟทุกอาทิตย์
  • การเงินมั่นคง จ่ายจริง จ่ายไว เว็บตรงที่แท้จริง
  • Call Center สอบถาม ปรึกษา และสมัครได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แทงบอลโคตรสนุกสุดฟินกับ S2K168bet

บริษัท S2KBET ห่วงใยลูกค้าเนื่องจาก LINE OA ได้ทำการบล็อคเนื้อที่เกี่ยวกับการเดิมพัน จึงขอความกรุณาลูกค้า
รบกวนแอดไลน์มา ที่ @s2kbet
หรือ คลิกลิ้งค์
เพื่อเป็นอีกช่องทางหลักในการติดต่อด้านการบริการ

รบกวนลูกค้าทุกท่านติดตามช่องทางเพื่อสามารถรับข่าวสาร และ การบริการ ขอบพระคุณค่ะ